คุณอยู่ที่นี่

สมาคมฯร่วมกับมูลนิธิคนตาบอดไทยทอดผ้าป่าช่วยคนตาบอด

รูป

วันนี้(14 มี.ค.60 ) เมื่อเวลา 09.59 น. ณ พระอุโบสถ วัดบวรนิเวศวิหาร  กรุงเทพมหานคร      

สมเด็จพระวันรัต เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร องค์ประธานฝ่ายสงฆ์ ,ดร.มณเฑียร   บุญตัน  สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ประธานฝ่ายฆราวาส ,นายต่อพงศ์ เสลานนท์ นายกสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทยและสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ,ศาสตราจารย์ วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ได้ร่วมเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่ามหากุศล โครงการ “ ผ้าป่ามหากุศล ช่วยคนตาบอดทั้งแผ่นดิน ให้รู้หนังสือ ฝึกอาชีพ และมีงานทำ ”       
 
          เนื่องด้วย  มูลนิธิคนตาบอดไทย และ สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย เป็นองค์กรพัฒนาเอกชนการกุศล  มีวัตถุประสงค์ในการดำเนินงานหลักคือ ช่วยเหลือสนับสนุนและให้บริการแก่คนตาบอด เป็นระยะเวลากว่า ๔๐ ปี  แบ่งภาระหน้าที่ในการดำเนินงานให้มีความสอดคล้องต่อเนื่องกัน โดยสมาคม ฯ มุ่งเน้นเรื่อง สิทธิประโยชน์ , สวัสดิการ และ การเข้าถึงโอกาสด้านต่าง ๆ ที่คนตาบอดพึงได้รับจากหน่วยงานภาครัฐ   รวมทั้งการจัดตั้งสำนักงานสมาคม ฯ สาขา ทั่วทุกภูมิภาคจำนวน ๑๑ แห่ง ควบคู่ไปกับการจัดตั้งศูนย์การเรียนและสาธิตอาชีพคนตาบอด เพื่อฝึกอบรม ฝึกปฏิบัติ สอนอาชีพต่าง ๆ  มูลนิธิ ฯ  มีหน้าที่ในด้านการส่งเสริม  สนับสนุน ให้ความช่วยเหลือด้านการศึกษาเพื่อให้คนตาบอดได้รับการศึกษาสูงสุด ตามความสามารถแต่ละคน ด้วยการจัดตั้ง ห้องสมุดคนตาบอดและผู้พิการทางสื่อสิ่งพิมพ์แห่งชาติ เพื่อผลิตหนังสือเสียง พร้อมทั้งให้บริการรับฟังหนังสือเสียงทางโทรศัพท์อัตโนมัติหมายเลข ๑๔๑๔ ตลอด  ๒๔ ชั่วโมง   , การจัดตั้งโรงเรียนสอนคนตาบอดจังหวัดแพร่  , การดำเนินงานโครงการ วิทยุบริการการอ่านเพื่อประชาชน ทุกการดำเนินงานล้วนเป็นบริการแบบให้เปล่า ด้วยตระหนักดีว่า หากคนตาบอดได้รับการสนับสนุนด้านการศึกษาเป็นสิ่งแรก จะนำพาไปสู่การประกอบอาชีพเลี้ยงตนเอง และครอบครัวโดยไม่ตกเป็นภาระของสังคม  
          
             เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนตาบอดทั่วประเทศ  ได้รับโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการพัฒนาศักยภาพเพื่อก้าวสู่การเป็นทรัพยากรบุคคลอันมีคุณค่าของสังคมและประเทศชาติ มูลนิธิ ฯ และ สมาคม ฯ จึงได้จัดทำโครงการ “ ผ้าป่ามหากุศล ช่วยคนตาบอดทั้งแผ่นดิน ให้รู้หนังสือ ฝึกอาชีพ และมีงานทำ” ขึ้น เพื่อจัดหารายได้ สนับสนุนการดำเนินงานด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนตาบอดไทย ให้รู้หนังสือ ได้รับโอกาสด้านการศึกษา  ฝึกอาชีพ  และมีงานทำ พร้อมเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่าต่อการร่วมพัฒนาประเทศชาติต่อไป
ผู้เขียน: 
ฝ่ายประชาสัมพันธ์