คุณอยู่ที่นี่

พก. จับมือกรมประชาสัมพันธ์ เปิดบ้านแถลงข่าวเปิดตัวรายการ “เป็นกันเอง” ผลิตรายการเพื่อคนพิการ ผ่านรูปแบบรายการที่เป็นกันเอง เข้าใจง่าย

.

พก. จับมือกรมประชาสัมพันธ์ เปิดบ้านแถลงข่าวเปิดตัวรายการเป็นกันเองผลิตรายการเพื่อคนพิการ ผ่านรูปแบบรายการที่เป็นกันเอง เข้าใจง่าย 

วันนี้ (21 มี.. 61) เวลา 15.00 . ลานศูนย์บริการคนพิการกรุงเทพมหานคร กรมประชาสังเคราะห์ บ้านราชวิถี กรุงเทพฯ นายสมคิด สมศรี อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เป็นประธานแถลงข่าว "เปิดบ้านจิบน้ำชา...เป็นกันเองซึ่งเป็นความร่วมมือของ พก. และกรมประชาสัมพันธ์ ในการร่วมผลิตรายการที่มีเนื้อหาด้านคนพิการ องค์ความรู้ และสถานการณ์ ความเคลื่อนไหวของคนพิการ ด้วยเนื้อหารายการที่เป็นมุมมองแปลกใหม่ ผ่านรูปแบบรายการที่เป็นกันเอง สามารถเข้าถึงและเข้าใจได้ง่ายร่วมกับองค์กรภาคีเครือข่าย ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ในรูปแบบประชารัฐ โดยมีผู้บริหารกรมประชาสัมพันธ์ ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ พก. และ นายพิทยา ศรีโกตะเพชร ผู้อำนวยการสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศและผู้แทนองค์กรคนพิการ รวมจำนวนกว่า 80 คน เข้าร่วมงาน

ผู้เขียน: 
ฝ่ายประชาสัมพันธ์

เราเชื่อว่าคนพิการทุกคนมีความสามารถทะลุขีดจำกัดของตัวเอง ถึงเวลาแสดงให้โลกรู้

.

เราเชื่อว่าคนพิการทุกคนมีความสามารถทะลุขีดจำกัดของตัวเอง ถึงเวลาแสดงให้โลกรู้ มีของดีอย่าเก็บไว้กับตัวนี่คือแรกที่เปิดโอกาสให้กับคนพิการเท่านั้นอย่ารอช้า สมัครเลย

#OverTheLimit #ปฏิบัติการทะลุพิกัด กรมประชาสัมพันธ์ (กปส.) ร่วมกับ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เปิดเวที แจ้งเกิดเพื่อคนพิการ เปลี่ยนภาระให้เป็นพลัง ในรายการ Over The limit  ปฏิบัติการทะลุพิกัด

ทั้งนี้ รายการ Over the limit “ปฏิบัติการทะลุพิกัดจะเริ่มออกอากาศในเดือน มิถุนายน ๒๕๖๑ ทาง สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT2 HD โดยเปิดรับสมัครคนพิการทั่วประเทศเพื่อแข่งขัน และ audition สำหรับ ภาคเหนือ วันที่ ๒๔ ถึง ๒๕ มี.. ๖๑ ที่จังหวัดเชียงใหม่ ภาคอีสาน วันที่ ๓๑ มี.. ถึงวันที่ เม.. ที่จังหวัด ขอนแก่น ภาคใต้ วันที่ ถึง เม.. ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี และภาคกลาง วันที่ ๒๑ ถึง ๒๒ เม.. ที่กรุงเทพฯ

ผู้เขียน: 
ฝ่ายประชาสัมพันธ์

"โครงการทำละครวิทยุเพื่อคนตาบอด"

ความฮอตของบุพเพสันนิวาสนี้ ช่างมีอานุภาพทะลุทะลวงใจคนจริงๆ ด้วยความสนุกสนาน ความตลก ความน่ารักของนักแสดง รวมไปถึงความรู้ทางประวัติศาสตร์ และความน่าสนใจของเรื่องเล่า ที่ถ่ายทอดผ่านตัวหนังสือ จนถูกหยิบยกมาทำเป็นละคร แน่นอนว่าต้องไม่ธรรมดา ถึงขนาดที่คนทั่วบ้านทั่วเมืองต้องติดละครงอมแงมขนาดนี้ได้ ก็ต้องขอบคุณและชื่นชมคนที่เขียนบทประพันธ์นี้ ที่ทำให้เราได้มีโมเมนต์ดูละครสนุกสนานและได้อรรถรสแบบนี้

 

แต่ในมุมเดียวกันทำให้มานั่งนึกถึงกลุ่มคนที่ไม่ได้ดูละครแบบเราๆ กลุ่มคนที่ไม่สามารถสัมผัสความรู้สึกและอรรถรสเหล่านี้ได้ นั่นเรากำลังหมายถึงผู้พิการทางสายตา นึกคิดไปว่า...ถ้าเขาเหล่านั้นได้มีโอกาสแบบเราๆ ก็คงจะดีไม่น้อย เพราะจริงๆ อาจไม่ใช่แต่ละครบันเทิงใจเรื่องนี้ เรื่องราวดีๆ มากมายที่อยู่ในยุคโซเชียล ก็หมายรวมอยู่ด้วย แต่เราจะทำอย่างไรได้ กับการส่งมอบโอกาสเหล่านี้ให้กับกลุ่มคนที่ไร้โอกาสเหล่านั้น

 

โครงการดีๆ นี้จึงผุดขึ้น กับ "โครงการทำละครวิทยุเพื่อคนตาบอด" ทั้งนี้เพื่อให้เขาได้มีโอกาสสัมผัสกับความบันเทิงเฉกเช่นอย่างเรา งานนี้ไม่ธรรมดา ต้องหาคนที่มีความสามารถมาช่วย เพราะการทำละครวิทยุ มันไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างแน่นอน และแล้วกลุ่มที่ริเริ่มความคิดดีๆ ที่ชื่อว่า "กลุ่มก่อการดี รวมมิตรการละคร" โดยมี "อาจารย์จเลิศ เจษฎาวัลย์" คณบดีคณะสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยรามคำแหง "เก่ง ไกรวิทย์ กุลวัฒโนทัย" พิธีกรมากความสามารถ ผู้คร่ำหวอดวงการมายา ร่วมกับ "ดร.ธนา ทุมมานนท์" ผู้บริหารเว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์ มาช่วยกันทำละครวิทยุเพื่อคนตาบอดขึ้น ทั้งนี้ได้เรื่องราวจากนวนิยายมาทำหลายเรื่อง โดยเราจะพาไปพูดคุยกับเจ้าของนวนิยายคนนั้น

 

 

 

"ชมัยภร บางคมบาง" ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประจำปี 2557 หรือนักเขียนนวนิยายชื่อดังที่มีผลงานมากมาย รวมไปถึงเรื่องสั้น สารคดี บทกวี และวรรณกรรมอื่นๆ อีก โดยเปิดใจกับ ไทยรัฐออนไลน์ ถึงการอนุญาตให้นำนวนิยายทั้งหมดไปทำละครวิทยุ แหม่..ฟังแล้วน่าสนุก ชวนนึกไปถึงอดีตที่ผ่านมา ที่ยุคหนึ่ง ละครวิทยุ โด่งดังเป็นที่สุด อะไรก็เทียบเทียมไม่ได้ ใครเกิดไม่ทัน ก็อดใจรอละครวิทยุเรื่องนี้นะ เรื่อง จดหมายถึงดวงดาว ที่ศิลปินแห่งชาติคนนี้เป็นผู้ประพันธ์ โดยละครเรื่องนี้เคยถูกหยิบยกไปทำเป็นละครบนหน้าจอทีวีแล้วเช่นกัน

 

ศิลปินแห่งชาติ เปิดใจว่า "จริงๆ แล้วเรายกให้หมดเลย ไม่ว่าจะนวนิยายเรื่องไหน เอาไปทำละครวิทยุได้หมดเลย เรายกให้หมดทุกเรื่อง จากที่เช็กมาก็มีอยู่ 28 เรื่อง แต่ถ้าอยากได้นอกเหนือจากนั้น เราก็พร้อมจะให้หมด คืออะไรที่ทำเพื่อคนอื่น เราจะให้อยู่แล้ว หนังสือเสียงเราก็ยกให้ ดังนั้นการที่จะเอานวนิยายไปทำละครวิทยุเพื่อคนตาบอด เราก็พร้อมยกให้ทุกเรื่อง"

 

ไม่ต้องมาซื้อหรืออะไร

 

เราเขียนหนังสือ เราก็เอาเรื่องราวของคนอื่นมาเขียนอยู่แล้ว เช่นมีอยู่เรื่องหนึ่ง ที่ชื่อว่า พระอาทิตย์คืนแรม เราก็เขียนถึงคนตาบอด ดังนั้นหากจะเอาไปทำเป็นละครวิทยุเพื่อคนตาบอด เราก็ยินดี และไม่มีปัญหาอะไร ตลอดมาใครขอ เราก็ให้ตลอด ยกเว้นแต่เอาไปขาย ซึ่งเราก็บอกไปว่า อย่าไปทำมันเลย ก็ปฏิเสธไป

 

 

 

ผลงาน??

 

ตอนนี้ก็ยังเขียนหนังสืออยู่ แต่ตั้งแต่หนังสือขวัญเรือนและสกุลไทยปิดตัวลง ก็ยังไม่มีช่องทางให้ลงเลย เราก็ไปลองลงอีกช่องทางหนึ่งทางโซเชียล แต่แฟนคลับที่เป็นคนรุ่นเดียวกับเราที่ยังติดตามอ่านอยู่ ก็ยังงงๆ ไม่รู้จะตามมาอ่านอย่างไร ซึ่งเราก็ต้องเขียนไป เพราะต้องเขียนให้จบ แต่จะมีคนอ่านมากน้อยแค่ไหน ก็ไม่เป็นไร

 

เขียนแนวไหน?

 

ปกติเราจะชอบเขียนหนังสือแนวสนุกสนาน เกี่ยวกับประเด็นทางสังคม ครอบครัว สัตว์เลี้ยง แต่ก็มีประเด็นทางการเมืองบ้าง แต่ไม่มาก และก็ไม่ใช่เรื่องรักโรแมนติก พิษรักหักสวาทก็ไม่ใช่ อย่างเด็กท้องในวัยเรียน พ่อแม่จะแก้ปัญหายังไง ก็เป็นเรื่องราวทางสังคมเป็นส่วนใหญ่

 

เรื่องนี้น่าสนุก

 

จริงๆ แล้วอยากเชียร์ให้เอานวนิยายเรื่องนี้ไปเขียน เพราะเขียนไว้นานแล้ว แต่ไม่มีใครเอาไปทำละครสักที เรื่องนี้ชื่อว่า เช้าชื่น คืนฉาย มันเป็นเรื่องของคนเก็บเด็กมาเลี้ยง ซึ่งปกติแล้วมันก็น่าจะสนุกนะ แต่ตอนจบเรื่องนี้ มันไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า พ่อมันเป็นใคร มันเลยกลายเป็นปัญหา (หัวเราะลั่น) ไม่มีคนเอาไปทำ พร้อมบอกว่า เอาจริงๆ ในสังคมมันพิสูจน์ไม่ได้หรอก ว่าใครเป็นใคร อย่างในเรื่อง เด็กคนหนึ่งที่เขาเอามาทิ้งนั้นมีชื่อพ่อแม่ แต่อีกคนมันไม่มี มันก็ไม่รู้หรอกว่าเจ้าคุณปู่จะเป็นใคร พ่อเป็นใคร ซึ่งบางครั้งเราก็ตลก คนอ่านก็มาถามว่า พี่ๆ สรุปใครเป็นพ่อ เราก็ขำๆ คิดในใจ ทำไมเราจะต้องรู้ด้วยเหรอ ว่าเด็กคนนั้นลูกใคร หรือเขาเรียนฟิสิกส์กันมากไป ที่ต้องพิสูจน์ทุกอย่าง

 

คนตาบอดเขียนอินสุดๆ

 

จริงๆ แล้ว คนพิการทางสายตาสามารถทำอะไรได้หมด มีอยู่ช่วงหนึ่ง ตอนที่เขียนเรื่องพระอาทิตย์คืนแรม เป็นนวนิยายที่เกี่ยวกับคนตาบอด ตอนแรกเราคิดว่าเขาน่าสงสารอย่างนู้นอย่างนี้ แต่พอเราได้ไปศึกษาจริงๆ และได้ไปเจอ เรากลับพบว่า เขาก็มีศักดิ์ศรีเท่าๆ กับคนอื่นๆ ในสังคม เขาไม่ได้ต้องการให้เราสงสาร เวทนาอะไรเขา เขาต้องการยืนอยู่ได้ในสภาพที่เขาเป็น ไม่ได้ต้องให้เราไปโอบอุ้มอะไรเขาหนักหนา ครั้งหนึ่งก็เคยสอนคนตาบอดเขียนนวนิยาย เชื่อมั้ย? เขาเขียนได้ดีมาก อินสุดๆ เพราะเขาเขียนจากความรู้สึก ไม่ใช่จากสิ่งที่เห็น พี่ชอบมาก ซึ่งถ้าละครวิทยุเพื่อเขาแบบนี้ ก็น่าจะดีมาก

 

นี่คือสิ่งที่เราได้พูดคุยกับศิลปินแห่งชาติผู้นี้ ฟังแล้วก็รู้สึกสนุก ได้อรรถรส ออกรสออกชาติ นี่แค่สัมภาษณ์กันสั้นๆ นะ ถ้าลองได้อ่านนวนิยาย หรือดูละครวิทยุจากบทประพันธ์ของเขาแล้ว มีหวังเราต้องติดงอมแงมแกะไม่ออกทั้งบ้านทั้งเมืองแน่นอน

 

สุดท้าย ดร.ธนา ฝากทิ้งท้ายแบบจริงใจว่า เราคิดจะทำละครวิทยุเพื่อคนที่พิการทางสายตา แต่ก็ไม่ใช่ผู้ที่มีปัญหาทางด้านสายตาเท่านั้น สว. ผู้สูงวัย หรือคนแก่ เราก็นึกถึง...ดังนั้นโครงการนี้ จึงเกิดจากความที่เราอยากส่งมอบสิ่งดีๆ ให้กับทุกคนในสังคม โดยให้ไทยรัฐออนไลน์ที่เป็นส่วนเล็กๆ และเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ได้ทำเรื่องราวดีๆ เหล่านี้ ทั้งนี้หากใครจะอาสาช่วยเหลือ เราก็พร้อมให้คุณเป็นส่วนหนึ่งเช่นกัน ติดต่อเพิ่มเติม แจ้งความจำนงทำดี ได้ที่ Jalert Jesadawal.

 

ชมัยภร บางคมบางละครวิทยุเพื่อคนตาบอดกลุ่มก่อการดี รวมมิตรการละครละครวิทยุธนา ทุมมานนท์ 

 

Source: https://www.thairath.co.th/content/1227288

ผู้เขียน: 
ฝ่ายประชาสัมพันธ์

นายกสมาคมฯร่วงงานเปิดตัวรายการ "OVER THE LIMIT TALENT SHOW ปฎิบัติการทะลุพิกัด

.

นายกสมาคมฯร่วงงานเปิดตัวรายการ "OVER THE LIMIT TALENT SHOW ปฎิบัติการทะลุพิกัด

วันนี้(14 มี.ค.61)เมื่อเวลา 10.00 .นายต่อพงศ์ เสลานนท์นายกสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทยเข้าร่วมงานเปิดตัวงานแถลงข่าวเปิดตัวรายการ "OVER THE LIMIT TALENT SHOW ปฎิบัติการทะลุพิกัด"

https://www.facebook.com/prdofficial/posts/1917873768224964

https://www.facebook.com/TabodThai/posts/1717035785059462

ผู้เขียน: 
ฝ่ายประชาสัมพันธ์

คนพิการกู้เงินได้! สร้างอาชีพ มีรายได้ พึ่งพาตัวเอง

คนพิการกู้เงินได้! สร้างอาชีพ มีรายได้ พึ่งพาตัวเอง

 

พก.ตอกย้ำแนวคิด "ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง"เดินหน้าส่งเสริมศักยภาพคนพิการ ให้กู้ยืมเงินเป็นทุนประกอบอาชีพ สร้างรายได้ที่มั่นคงและพึ่งพาตัวเองได้อย่างยั่งยืน

 

นายสมคิด สมศรี อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กล่าวว่า รัฐบาล

โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) มีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนทุกกลุ่ม ได้แก่ เด็ก สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส โดยเฉพาะกลุ่มคนพิการ ซึ่งถือเป็นนโยบายเร่งด่วนที่รัฐบาลให้ความสำคัญ มุ่งลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และสร้างโอกาสเข้าถึงบริการของรัฐ ภายใต้แนวคิดไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังจึงมอบหมายให้ กระทรวง พม. โดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) ดำเนินการตามนโยบายประชารัฐ เพื่อให้คนพิการมีความเข้มแข็ง มีอาชีพ มีรายได้ที่มั่นคง พึ่งพาตนเองได้ โดยการให้งบประมาณสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ผ่านกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ

 

นายสมคิด กล่าวว่า กองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ..2550 มาตรา 23 เพื่อเป็นทุน สําหรับการใช้จ่ายเกี่ยวกับการคุ้มครองและพัฒนาสมรรถภาพ คนพิการ การศึกษาและการประกอบอาชีพของคนพิการ รวมทั้งการส่งเสริมและการสนับสนุนการดําเนินงานขององค์กรที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ โดยจัดสรรให้อย่างเป็นธรรมและทั่วถึง พร้อมให้บริการภารกิจหลักสำคัญ ได้แก่ การให้บริการการกู้ยืมเงินคนพิการและผู้ดูแลคนพิการ เพื่อเป็นทุนไปประกอบอาชีพของคนพิการ ในปัจจุบัน ให้วงเงินกู้รายบุคคลไม่เกิน รายละ 60,000 บาท ผู้ประสงค์จะขอกู้ยืมเงิน เกินกว่าวงเงินที่กำหนด ให้มีการพิจารณาเป็นรายๆ ไปโดยไม่เกิน 120,000 บาท และการกู้ยืมรายกลุ่ม กลุ่มละไม่เกิน 1,000,000 บาท โดยไม่เสียดอกเบี้ย

 

ทั้งนี้ ผู้กู้ยืมเป็นรายบุคคล จะต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ 1) มีบัตรประจำตัวคนพิการ 2) มีความจำเป็นในการขอรับการสนับสนุนเงินกู้ยืมเพื่อประกอบอาชีพในท้องที่ที่ยื่นคำขอ 3) มีความสามารถในการประกอบอาชีพในเรื่องที่ขอรับการสนับสนุน 4) บรรลุนิติภาวะ (อายุ 20 ปีหรือบรรลุนิติภาวะโดยการสมรส) 5) มีภูมิลําเนาตามทะเบียนบ้านในท้องที่ที่ยื่นคําขอกู้ไม่น้อยกว่าเก้าสิบวัน 6) ไม่มีประวัติเสียหายในการกู้เงินจากกองทุน เว้นแต่ได้ดำเนินการแก้ไขมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี 7) กรณีมีหนี้สินอยู่กับกองทุนต้องได้ชำระหนี้มาแล้วไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของวงเงินกู้ยืมทั้งหมด และมีความสามารถชำระคืนเงินกู้ยืมได้และมีบุคคลที่น่าเชื่อถือได้เป็นผู้ค้ำประกัน

 

ส่วนกรณีเป็นผู้ดูแลคนพิการ 1) มีคุณสมบัติเดียวกับกู้ยืมเป็นรายบุคคล (ข้อ 2 )2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย 3) ได้รับการรับรองเป็นหนังสือจากผู้แทนองค์กรด้านคนพิการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ผู้นั้นมีภูมิลำเนา ข้าราชการระดับ 3 หรือเทียบเท่าขึ้นไป หรือมีหลักฐานเชื่อได้ว่าเป็นผู้อุปการะเลี้ยงดูคนพิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการซึ่งมิได้มีหนี้สินจากกองทุน 4) คนพิการซึ่งอยู่ในความดูแลเป็นผู้เยาว์ ผู้ไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ หรือเป็นคนพิการทางจิตใจหรือพฤติกรรม ออทิสติก สติปัญญา หรือมีสภาพความพิการถึงขั้นไม่สามารถประกอบกิจวัตรประจำวันได้ 5) ต้องรับดูแลคนพิการหรืออุปการะคนพิการมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน 

 

สำหรับคุณสมบัติผู้กู้ยืมเป็นรายกลุ่ม 1) เป็นกลุ่มคนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการที่รวมตัวกันโดยมีผลประโยชน์และวัตถุประสงค์ร่วมกันเพื่อช่วยเหลือหรือสนับสนุนกัน หรือทำกิจกรรมอันชอบด้วยกฎหมายและศีลธรรมร่วมกัน หรือดำเนินการอื่นอันเป็นประโยชน์ร่วมกันของสมาชิก มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องและมีระบบบริหารจัดการและการแสดงเจตนาแทนกลุ่มได้ ทั้งนี้ ต้องมีสมาชิกกลุ่มไม่น้อยกว่า 2 คน  2) มีหลักฐานจากสถาบันการเงินเกี่ยวกับการออมเงินของกลุ่มอย่างสม่ำเสมอมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน 3) ดำเนินกิจการของกลุ่มในท้องที่จังหวัดที่ยื่นคำขอต่อเนื่องจนถึงวันยื่นคำขอแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน  4) ได้รับการรับรองเป็นหนังสือรับรองจากองค์กรด้านคนพิการที่เป็นนิติบุคคลหรือหน่วยงานภาครัฐว่าเป็นกลุ่มที่มีผลงานน่าเชื่อถือจริง  5) มีแผนงานหรือโครงการของกลุ่มที่จะดำเนินการต่อไปอย่างชัดเจน

 

อย่างไรก็ตาม คนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการมีความประสงค์ขอกู้ยืม ที่มีภูมิลำเนาในเขตกรุงเทพมหานครให้ยื่นต่อกองทุนและส่งเสริมความเสมอภาคคนพิการ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ อาคาร 60 ปี กรมประชาสงเคราะห์ บ้านราชวิถี กรุงเทพมหานคร ส่วนบุคคลที่มีภูมิลำเนาในจังหวัดอื่นให้ยื่นต่อสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนั้นๆ ทั้งนี้ มีภูมิลำเนาตามทะเบียนบ้านในท้องที่ที่ยื่นคำขอกู้ไม่น้อยกว่า 90 วัน

 

พก. นับเป็นหน่วยงานหลักในการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการมาอย่างต่อเนื่อง และเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนในการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการมีความเป็นธรรม ทั่วถึงทุกพื้นที่ ทั้งนี้ ในปี 2561 พก. มีแผนการดำเนินงานที่จะส่งเสริมให้คนพิการไทยได้รับการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ผ่านกลไกกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โดยถือเป็นการปรับเปลี่ยนเจตคติของสังคม จากภาระเป็นพลังของสังคมก่อให้เกิดกระแสความรับรู้ สร้างความตระหนักในการส่งเสริมศักยภาพและความสามารถของคนพิการ ก่อให้เกิดการมีอาชีพ รายได้ ที่มั่นคง และพึ่งพาตนเองได้ต่อไปนายสมคิด กล่าว

 

ดูคลิป https://youtu.be/yE30c1uWj6Q

 
ผู้เขียน: 
ฝ่ายประชาสัมพันธ์

การสัมมนาวิชาการระดับชาติด้านคนพิการ ครั้งที่ 10 ประจําปี 2561

-

การสัมมนาวิชาการระดับชาติด้านคนพิการ ครั้งที่ 10 ประจําปี 2561

          จากฐานข้อมูลทะเบียนคนพิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ณ วันที่ 30 กันยายน 2560 จำนวน 1,820,155 คน หรือร้อยละ 2.75 ของประชากรทั้งประเทศ จำนวน 66,113,612 คน (ข้อมูลจากมิเตอร์ประเทศไทย ณ วันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2560) และจากข้อมูลรายงานคนพิการที่มีความพิการรุนแรงไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ส่งผลกระทบให้คนพิการได้รับการมองว่าเป็นภาระต่อสังคม ไม่มีความสามารถในการทำงาน อันเนื่องจากความพิการ สภาพปัญหาดังกล่าวเกิดจากสภาพสังคมที่ยังไม่มีการรับรู้ที่ถูกต้อง สังคมยังขาดความเข้าใจเกี่ยวกับคนพิการและความพิการ ทำให้คนพิการไม่สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้จากสิทธิต่างๆ ตามกฎหมาย 
          กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) มีอำนาจหน้าที่ตามมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2556 ในการประสานและกำหนดนโยบายด้านการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการรวมถึงการสำรวจ ศึกษา วิเคราะห์ รวบรวม และเก็บรักษาข้อมูลเกี่ยวกับคนพิการ สถานการณ์ของคุณภาพชีวิตคนพิการ เพื่อประโยชน์ต่อการป้องกัน การรักษาการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ และการจัดแผนงานวิเคราะห์ วิจัย ติดตาม ประเมินผล เสนอต่อกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ซึ่งนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน
          ในปี 2561 กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ได้กำหนดให้มีการดำเนินการศึกษาบูรณาการความร่วมมือทางวิชาการด้านคนพิการ และการจัดสัมมนาวิชาการระดับชาติด้านคนพิการ ครั้งที่ 10 ประจำปี 2561 ในวันที่ 9 กรกฎาคม 2561 เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้งานด้านวิจัย งานวิชาการ นวัตกรรมและการพัฒนาเทคโนโลยีด้านการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ระหว่างสถาบันการศึกษา นิสิต นักศึกษา บุคคล หน่วยงานที่ให้บริการทางวิชาการ อีกทั้งทำให้เกิดการรวบรวมและการให้บริการทางวิชาการอย่างกว้างขวางต่อสาธารณะในวงกว้างต่อไป
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.ncpd2018.kmutt.ac.th/
ผู้เขียน: 
ฝ่ายประชาสัมพันธ์

สมาคมฯเป็นองค์กรคนพิการแรกในประเทศไทยได้รับการแต่งตั้งให้เป็นองค์ที่ปรึกษา AICHR

.

สมาคมฯเป็นองค์กรคนพิการแรกในประเทศไทยได้รับการแต่งตั้งให้เป็นองค์ที่ปรึกษา AICHR 

ตามที่AICHRมีหนังสือแจ้งมายัง นาย ต่อพงศ์ เสลานนท์ ( นายกสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย ) เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ขณะนี้ สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นองค์กรเพื่อคนพิการองค์กรแรกในประเทศไทยได้รับการแต่งตั้งให้เป็นองค์ที่ปรึกษา AICHR ตามเนื้อหาในหนังสือที่ทาง AICHR แจ้งมาทางสมาคมฯ เมื่อวันที่ 08/03/61 โดยสรุปเนื้อหาได้ ดังนี้

เรียน นาย ต่อพงศ์ เสลานนท์ ( นายกสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย

AICHR มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะแจ้งให้ท่านทราบว่า ตามที่องค์กรของท่านได้ยื่นเรื่องสมัครเป้นองค์กรที่ปรึกษา AICHR จากการประชุม ครั้งที่ 26 ประเทศสิงคโปร์ มีมติในที่ประชุมแต่งตั้งสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทยเป็นองค์กรที่ปรึกษา AICHR โดยมีพันธสัญญา และข้อผูกมัดตามที่ระบุไว้ในเอกสารคำแนะนำสำหรับองค์กรที่ปรึกษาภาคประชารัฐ หัวข้อที่

 

****AICHR ย่อมาจาก ASEAN Intergovernmental Commission on Human Rights หมายถึง คณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน  AICHR ถือเป็นกลไกสิทธิมนุษยชนกลไกใหม่ในภูมิภาค โดยมีอำนาจหน้าที่ในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน หนึ่งในภาระหน้าที่ของคณะกรรมาธิการฯ หรือ AICHR คือการพัฒนาปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน

ผู้เขียน: 
ฝ่ายประชาสัมพันธ์

‘อาร์ม’ 2 หนุ่มนักศึกษาที่มีชื่อเหมือนกัน จากวิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ ได้รับทุนจาก ซีพีออลล์

‘อาร์ม’ 2 หนุ่มนักศึกษาที่มีชื่อเหมือนกัน จากวิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ ได้รับทุนจาก ซีพีออลล์ 

 
เพียงแค่จุดเริ่มต้นเล็กๆ จากการสังเกตและใส่ใจถึงการสั่งเครื่องดื่มต่างๆ ของผู้พิการทางสายตาที่เข้ามาใช้บริการในเซเว่นฯ ที่ตนฝึกงานอยู่ ทำให้เขาทั้งสองไม่รอช้าที่จะมองข้ามความสำคัญเล็กๆนี้ และรีบลงมือทำ ‘เมนูเครื่องดื่มอักษรเบรลล์’ ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นตัวแทนของดวงตาที่ทำให้ผู้พิการทางสายตาได้รับโอกาสที่จะเลือกเมนูใหม่ๆ ที่ตนไม่เคยลองมาก่อน
 
จากโอกาสที่เด็กทั้งสองได้รับทุนการศึกษา ทำให้เค้าได้เลือกที่จะส่งต่อมอบโอกาสสิ่งดีๆ ให้กับผู้พิการทางสายตา และคุณเองก็สามารถที่จะเป็นคนตัวเล็กที่สร้างสรรค์ฝันที่ยิ่งใหญ่ได้เช่นกัน
ผู้เขียน: 
ฝ่ายประชาสัมพันธ์

นายกสมาคมนำคณะต้อนรับผู้อำนวยศูนย์ฝึกพัฒนาและฝึกอบรมคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิก

.

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2561 เมื่อเวลา 10.00 . สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย นายต่อพงศ์ เสลานนท์ นายกสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย นำคณะผู้บริหารสมาคมฯต้อนรับคุณพิรุณ  ลายสมิต ผู้อำนวยศูนย์ฝึกพัฒนาและฝึกอบรมคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิก(The Foundation of Asia-Pacific Development Center on Disability : APCD) และคณะได้มาเยี่ยมชมการดำเนินงานของสมาคมฯพร้อมให้กำลังใจบุคลากรทุกหน่วยงานร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

ผู้เขียน: 
ฝ่ายประชาสัมพันธ์

พิธีพระราชทานเพลิงศพ ดร.ประหยัด ภูหนองโอง อดีตนายกสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย

.

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2561 เมื่อเวลา 14.00 . วัดศรีจันทร์ จังหวัดขอนแก่น นายต่อพงศ์ เสลานนท์ นายกสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย นำคณะผู้บริหารสมาคมฯและเจ้าหน้าที่สมาคมเข้าร่วมแสดงความไว้อาลัยในพิธีพระราชทานเพลิงศพ ดร.ประหยัด ภูหนองโอง อดีตนายกสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย

ผู้เขียน: 
ฝ่ายประชาสัมพันธ์

หน้า