คุณอยู่ที่นี่

คนพิการกู้เงินได้! สร้างอาชีพ มีรายได้ พึ่งพาตัวเอง

คนพิการกู้เงินได้! สร้างอาชีพ มีรายได้ พึ่งพาตัวเอง

 

พก.ตอกย้ำแนวคิด "ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง"เดินหน้าส่งเสริมศักยภาพคนพิการ ให้กู้ยืมเงินเป็นทุนประกอบอาชีพ สร้างรายได้ที่มั่นคงและพึ่งพาตัวเองได้อย่างยั่งยืน

 

นายสมคิด สมศรี อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กล่าวว่า รัฐบาล

โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) มีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนทุกกลุ่ม ได้แก่ เด็ก สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส โดยเฉพาะกลุ่มคนพิการ ซึ่งถือเป็นนโยบายเร่งด่วนที่รัฐบาลให้ความสำคัญ มุ่งลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และสร้างโอกาสเข้าถึงบริการของรัฐ ภายใต้แนวคิดไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังจึงมอบหมายให้ กระทรวง พม. โดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) ดำเนินการตามนโยบายประชารัฐ เพื่อให้คนพิการมีความเข้มแข็ง มีอาชีพ มีรายได้ที่มั่นคง พึ่งพาตนเองได้ โดยการให้งบประมาณสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ผ่านกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ

 

นายสมคิด กล่าวว่า กองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ..2550 มาตรา 23 เพื่อเป็นทุน สําหรับการใช้จ่ายเกี่ยวกับการคุ้มครองและพัฒนาสมรรถภาพ คนพิการ การศึกษาและการประกอบอาชีพของคนพิการ รวมทั้งการส่งเสริมและการสนับสนุนการดําเนินงานขององค์กรที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ โดยจัดสรรให้อย่างเป็นธรรมและทั่วถึง พร้อมให้บริการภารกิจหลักสำคัญ ได้แก่ การให้บริการการกู้ยืมเงินคนพิการและผู้ดูแลคนพิการ เพื่อเป็นทุนไปประกอบอาชีพของคนพิการ ในปัจจุบัน ให้วงเงินกู้รายบุคคลไม่เกิน รายละ 60,000 บาท ผู้ประสงค์จะขอกู้ยืมเงิน เกินกว่าวงเงินที่กำหนด ให้มีการพิจารณาเป็นรายๆ ไปโดยไม่เกิน 120,000 บาท และการกู้ยืมรายกลุ่ม กลุ่มละไม่เกิน 1,000,000 บาท โดยไม่เสียดอกเบี้ย

 

ทั้งนี้ ผู้กู้ยืมเป็นรายบุคคล จะต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ 1) มีบัตรประจำตัวคนพิการ 2) มีความจำเป็นในการขอรับการสนับสนุนเงินกู้ยืมเพื่อประกอบอาชีพในท้องที่ที่ยื่นคำขอ 3) มีความสามารถในการประกอบอาชีพในเรื่องที่ขอรับการสนับสนุน 4) บรรลุนิติภาวะ (อายุ 20 ปีหรือบรรลุนิติภาวะโดยการสมรส) 5) มีภูมิลําเนาตามทะเบียนบ้านในท้องที่ที่ยื่นคําขอกู้ไม่น้อยกว่าเก้าสิบวัน 6) ไม่มีประวัติเสียหายในการกู้เงินจากกองทุน เว้นแต่ได้ดำเนินการแก้ไขมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี 7) กรณีมีหนี้สินอยู่กับกองทุนต้องได้ชำระหนี้มาแล้วไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของวงเงินกู้ยืมทั้งหมด และมีความสามารถชำระคืนเงินกู้ยืมได้และมีบุคคลที่น่าเชื่อถือได้เป็นผู้ค้ำประกัน

 

ส่วนกรณีเป็นผู้ดูแลคนพิการ 1) มีคุณสมบัติเดียวกับกู้ยืมเป็นรายบุคคล (ข้อ 2 )2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย 3) ได้รับการรับรองเป็นหนังสือจากผู้แทนองค์กรด้านคนพิการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ผู้นั้นมีภูมิลำเนา ข้าราชการระดับ 3 หรือเทียบเท่าขึ้นไป หรือมีหลักฐานเชื่อได้ว่าเป็นผู้อุปการะเลี้ยงดูคนพิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการซึ่งมิได้มีหนี้สินจากกองทุน 4) คนพิการซึ่งอยู่ในความดูแลเป็นผู้เยาว์ ผู้ไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ หรือเป็นคนพิการทางจิตใจหรือพฤติกรรม ออทิสติก สติปัญญา หรือมีสภาพความพิการถึงขั้นไม่สามารถประกอบกิจวัตรประจำวันได้ 5) ต้องรับดูแลคนพิการหรืออุปการะคนพิการมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน 

 

สำหรับคุณสมบัติผู้กู้ยืมเป็นรายกลุ่ม 1) เป็นกลุ่มคนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการที่รวมตัวกันโดยมีผลประโยชน์และวัตถุประสงค์ร่วมกันเพื่อช่วยเหลือหรือสนับสนุนกัน หรือทำกิจกรรมอันชอบด้วยกฎหมายและศีลธรรมร่วมกัน หรือดำเนินการอื่นอันเป็นประโยชน์ร่วมกันของสมาชิก มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องและมีระบบบริหารจัดการและการแสดงเจตนาแทนกลุ่มได้ ทั้งนี้ ต้องมีสมาชิกกลุ่มไม่น้อยกว่า 2 คน  2) มีหลักฐานจากสถาบันการเงินเกี่ยวกับการออมเงินของกลุ่มอย่างสม่ำเสมอมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน 3) ดำเนินกิจการของกลุ่มในท้องที่จังหวัดที่ยื่นคำขอต่อเนื่องจนถึงวันยื่นคำขอแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน  4) ได้รับการรับรองเป็นหนังสือรับรองจากองค์กรด้านคนพิการที่เป็นนิติบุคคลหรือหน่วยงานภาครัฐว่าเป็นกลุ่มที่มีผลงานน่าเชื่อถือจริง  5) มีแผนงานหรือโครงการของกลุ่มที่จะดำเนินการต่อไปอย่างชัดเจน

 

อย่างไรก็ตาม คนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการมีความประสงค์ขอกู้ยืม ที่มีภูมิลำเนาในเขตกรุงเทพมหานครให้ยื่นต่อกองทุนและส่งเสริมความเสมอภาคคนพิการ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ อาคาร 60 ปี กรมประชาสงเคราะห์ บ้านราชวิถี กรุงเทพมหานคร ส่วนบุคคลที่มีภูมิลำเนาในจังหวัดอื่นให้ยื่นต่อสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนั้นๆ ทั้งนี้ มีภูมิลำเนาตามทะเบียนบ้านในท้องที่ที่ยื่นคำขอกู้ไม่น้อยกว่า 90 วัน

 

พก. นับเป็นหน่วยงานหลักในการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการมาอย่างต่อเนื่อง และเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนในการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการมีความเป็นธรรม ทั่วถึงทุกพื้นที่ ทั้งนี้ ในปี 2561 พก. มีแผนการดำเนินงานที่จะส่งเสริมให้คนพิการไทยได้รับการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ผ่านกลไกกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โดยถือเป็นการปรับเปลี่ยนเจตคติของสังคม จากภาระเป็นพลังของสังคมก่อให้เกิดกระแสความรับรู้ สร้างความตระหนักในการส่งเสริมศักยภาพและความสามารถของคนพิการ ก่อให้เกิดการมีอาชีพ รายได้ ที่มั่นคง และพึ่งพาตนเองได้ต่อไปนายสมคิด กล่าว

 

ดูคลิป https://youtu.be/yE30c1uWj6Q

 
ผู้เขียน: 
ฝ่ายประชาสัมพันธ์

การสัมมนาวิชาการระดับชาติด้านคนพิการ ครั้งที่ 10 ประจําปี 2561

-

การสัมมนาวิชาการระดับชาติด้านคนพิการ ครั้งที่ 10 ประจําปี 2561

          จากฐานข้อมูลทะเบียนคนพิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ณ วันที่ 30 กันยายน 2560 จำนวน 1,820,155 คน หรือร้อยละ 2.75 ของประชากรทั้งประเทศ จำนวน 66,113,612 คน (ข้อมูลจากมิเตอร์ประเทศไทย ณ วันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2560) และจากข้อมูลรายงานคนพิการที่มีความพิการรุนแรงไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ส่งผลกระทบให้คนพิการได้รับการมองว่าเป็นภาระต่อสังคม ไม่มีความสามารถในการทำงาน อันเนื่องจากความพิการ สภาพปัญหาดังกล่าวเกิดจากสภาพสังคมที่ยังไม่มีการรับรู้ที่ถูกต้อง สังคมยังขาดความเข้าใจเกี่ยวกับคนพิการและความพิการ ทำให้คนพิการไม่สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้จากสิทธิต่างๆ ตามกฎหมาย 
          กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) มีอำนาจหน้าที่ตามมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2556 ในการประสานและกำหนดนโยบายด้านการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการรวมถึงการสำรวจ ศึกษา วิเคราะห์ รวบรวม และเก็บรักษาข้อมูลเกี่ยวกับคนพิการ สถานการณ์ของคุณภาพชีวิตคนพิการ เพื่อประโยชน์ต่อการป้องกัน การรักษาการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ และการจัดแผนงานวิเคราะห์ วิจัย ติดตาม ประเมินผล เสนอต่อกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ซึ่งนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน
          ในปี 2561 กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ได้กำหนดให้มีการดำเนินการศึกษาบูรณาการความร่วมมือทางวิชาการด้านคนพิการ และการจัดสัมมนาวิชาการระดับชาติด้านคนพิการ ครั้งที่ 10 ประจำปี 2561 ในวันที่ 9 กรกฎาคม 2561 เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้งานด้านวิจัย งานวิชาการ นวัตกรรมและการพัฒนาเทคโนโลยีด้านการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ระหว่างสถาบันการศึกษา นิสิต นักศึกษา บุคคล หน่วยงานที่ให้บริการทางวิชาการ อีกทั้งทำให้เกิดการรวบรวมและการให้บริการทางวิชาการอย่างกว้างขวางต่อสาธารณะในวงกว้างต่อไป
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.ncpd2018.kmutt.ac.th/
ผู้เขียน: 
ฝ่ายประชาสัมพันธ์

สมาคมฯเป็นองค์กรคนพิการแรกในประเทศไทยได้รับการแต่งตั้งให้เป็นองค์ที่ปรึกษา AICHR

.

สมาคมฯเป็นองค์กรคนพิการแรกในประเทศไทยได้รับการแต่งตั้งให้เป็นองค์ที่ปรึกษา AICHR 

ตามที่AICHRมีหนังสือแจ้งมายัง นาย ต่อพงศ์ เสลานนท์ ( นายกสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย ) เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ขณะนี้ สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นองค์กรเพื่อคนพิการองค์กรแรกในประเทศไทยได้รับการแต่งตั้งให้เป็นองค์ที่ปรึกษา AICHR ตามเนื้อหาในหนังสือที่ทาง AICHR แจ้งมาทางสมาคมฯ เมื่อวันที่ 08/03/61 โดยสรุปเนื้อหาได้ ดังนี้

เรียน นาย ต่อพงศ์ เสลานนท์ ( นายกสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย

AICHR มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะแจ้งให้ท่านทราบว่า ตามที่องค์กรของท่านได้ยื่นเรื่องสมัครเป้นองค์กรที่ปรึกษา AICHR จากการประชุม ครั้งที่ 26 ประเทศสิงคโปร์ มีมติในที่ประชุมแต่งตั้งสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทยเป็นองค์กรที่ปรึกษา AICHR โดยมีพันธสัญญา และข้อผูกมัดตามที่ระบุไว้ในเอกสารคำแนะนำสำหรับองค์กรที่ปรึกษาภาคประชารัฐ หัวข้อที่

 

****AICHR ย่อมาจาก ASEAN Intergovernmental Commission on Human Rights หมายถึง คณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน  AICHR ถือเป็นกลไกสิทธิมนุษยชนกลไกใหม่ในภูมิภาค โดยมีอำนาจหน้าที่ในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน หนึ่งในภาระหน้าที่ของคณะกรรมาธิการฯ หรือ AICHR คือการพัฒนาปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน

ผู้เขียน: 
ฝ่ายประชาสัมพันธ์

‘อาร์ม’ 2 หนุ่มนักศึกษาที่มีชื่อเหมือนกัน จากวิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ ได้รับทุนจาก ซีพีออลล์

‘อาร์ม’ 2 หนุ่มนักศึกษาที่มีชื่อเหมือนกัน จากวิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ ได้รับทุนจาก ซีพีออลล์ 

 
เพียงแค่จุดเริ่มต้นเล็กๆ จากการสังเกตและใส่ใจถึงการสั่งเครื่องดื่มต่างๆ ของผู้พิการทางสายตาที่เข้ามาใช้บริการในเซเว่นฯ ที่ตนฝึกงานอยู่ ทำให้เขาทั้งสองไม่รอช้าที่จะมองข้ามความสำคัญเล็กๆนี้ และรีบลงมือทำ ‘เมนูเครื่องดื่มอักษรเบรลล์’ ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นตัวแทนของดวงตาที่ทำให้ผู้พิการทางสายตาได้รับโอกาสที่จะเลือกเมนูใหม่ๆ ที่ตนไม่เคยลองมาก่อน
 
จากโอกาสที่เด็กทั้งสองได้รับทุนการศึกษา ทำให้เค้าได้เลือกที่จะส่งต่อมอบโอกาสสิ่งดีๆ ให้กับผู้พิการทางสายตา และคุณเองก็สามารถที่จะเป็นคนตัวเล็กที่สร้างสรรค์ฝันที่ยิ่งใหญ่ได้เช่นกัน
ผู้เขียน: 
ฝ่ายประชาสัมพันธ์

นายกสมาคมนำคณะต้อนรับผู้อำนวยศูนย์ฝึกพัฒนาและฝึกอบรมคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิก

.

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2561 เมื่อเวลา 10.00 . สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย นายต่อพงศ์ เสลานนท์ นายกสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย นำคณะผู้บริหารสมาคมฯต้อนรับคุณพิรุณ  ลายสมิต ผู้อำนวยศูนย์ฝึกพัฒนาและฝึกอบรมคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิก(The Foundation of Asia-Pacific Development Center on Disability : APCD) และคณะได้มาเยี่ยมชมการดำเนินงานของสมาคมฯพร้อมให้กำลังใจบุคลากรทุกหน่วยงานร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

ผู้เขียน: 
ฝ่ายประชาสัมพันธ์

พิธีพระราชทานเพลิงศพ ดร.ประหยัด ภูหนองโอง อดีตนายกสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย

.

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2561 เมื่อเวลา 14.00 . วัดศรีจันทร์ จังหวัดขอนแก่น นายต่อพงศ์ เสลานนท์ นายกสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย นำคณะผู้บริหารสมาคมฯและเจ้าหน้าที่สมาคมเข้าร่วมแสดงความไว้อาลัยในพิธีพระราชทานเพลิงศพ ดร.ประหยัด ภูหนองโอง อดีตนายกสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย

ผู้เขียน: 
ฝ่ายประชาสัมพันธ์

ประกาศข่าวจากมูลนิธิสถาบันดนตรีคนตาบอด (TABMA) มายังเพื่อนศิลปินไม้เท้าขาวและผู้มีใจรักในเสียงดนตรีทุกท่าน

ประกาศข่าวจากมูลนิธิสถาบันดนตรีคนตาบอด (TABMA) มายังเพื่อนศิลปินไม้เท้าขาวและผู้มีใจรักในเสียงดนตรีทุกท่าน

          มูลนิธิสถาบันดนตรีคนตาบอด (TABMA) มีเวทีให้พวกเราได้ร่วมสนุกกันอีกแล้วกับการประกวดดนตรีโฟคซองค์คนตาบอด ครั้งที่ 4  (TAB Folk Song Music Contest #4) ระหว่างวันที่ 22-24 เมษายน 2561 ในงานสมัชชาคนตาบอดแห่งชาติ ครั้งที่ 21 โรงแรมสองพันบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อชิงรางวัลมูลค่ากว่า 40,000 บาท ซึ่งปีนี้ ได้มีการปรับขึ้นรางวัลทุกรายการ  นอกจากรางวัลจากการประกวด ผู้เข้าชมยังจะได้ร่วมชิงรางวัลกับเกมสนุกๆ อีกมากมาย  

รางวัลในการประกวดแบ่งเป็น รางวัลที่เงินรางวัล 13,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร 

รางวัลที่ 2 เงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร 

รางวัลที่ 3 เงินรางวัล 7,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร 

รางวัลชมเชย 2 รางวัล รางวัลละ 3,000 บาท 

และรางวัล Popular Vote 1 รางวัล รางวัลละ 3,000 บาท โดยจะนับยอดการเข้าชมวิดีโอของแต่ละวงบน TABMA Youtube Channel ที่มียอดการเข้าชมสูงสุด วันที่ 23 เมษายน 2561 สิ้นสุดเมื่อการประกวดรอบชิงชนะเลิศวงสุดท้ายเสร็จสิ้น 

นอกจากนี้ทุกวงที่ผ่านการคัดเลือกในรอบแรก จะได้สิทธิ์เข้าร่วมการ Workshop ทางดนตรี เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ทางดนตรี และการแสดงดนตรีอย่างมืออาชีพ กับศิลปินชื่อดังในวงการ รวมทั้งร่วมพบปะสังสรรค์เฮฮาตามประสาคนดนตรี ในงาน TABMA JAM Party อีกด้วย 

ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ โดยมีรายละเอียดดังนี้

1) ส่งผลงานเป็น Video Clip บันทึกการแสดงของท่านที่ใช้เครื่องดนตรี Acoustic โดย Cover เพลงใดๆ ก็ได้ ที่สะท้อนความเป็นตัวตนของวง จำนวน 1 เพลง ในรอบคัดเลือก พร้อมข้อมูลของวง ได้แก่ ชื่อวง ชื่อ-นามสกุลและเบอร์โทรศัพท์ของสมาชิก พร้อมเงินค่าสมัครวงละ 500 บาท ซึ่งทางมูลนิธิจะคืนเงินจำนวนนี้ให้หลังจากเสร็จกิจกรรม 

ในกรณีที่ส่งเป็น Audio Clip ให้ส่งรูปถ่ายของสมาชิกในวงเพื่อใช้เป็นภาพบน Youtube ด้วย โดยส่งผลงานของท่านมาทางอีเมล info.tabma@gmail.com หรือทางกล่องข้อความ Facebook Fan Page ของสถาบันดนตรีคนตาบอด TAB Music Academy http://www.facebook.com/tabmusicacademy หรือนำส่ง ได้ที่ห้อง 306  สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย ซอยบุญอยู่ ภายในวันที่ 20 มีนาคมนี้ 

2) มูลนิธิฯ จะนำผลงานของท่านขึ้น TABMA Youtube Channel ทันทีที่ได้รับเพื่อเริ่มนับยอดวิวสำหรับรางวัล Popular Vote  

3) ประกาศรายชื่อวงที่ผ่านเข้ารอบในวันที่ 1 เมษายน 2561 ทาง Facebook Fan Page สถาบันดนตรีคนตาบอด 

http://www.facebook.com/tabmusicacademy 

4) ประกวดรอบชิงชนะเลิศ TAB Folk Song Music Contest ครั้งที่ 4 ในงานสมัชชาคนตาบอดแห่งชาติ ครั้งที่ 21 โรงแรมสองพันบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี  โดยในการประกวดรอบชิงชนะเลิศกำหนดให้ทุกวงบรรเลงเพลงบังคับ โดย Cover  เพลงเพื่อนของศิลปิน S2S 1 เพลงและเพลงเร็ว/จังหวะสนุกสนาน อีก 1 เพลง รวม 2 เพลง โดยใช้เวลาในการแสดงและเตรียมตัวบนเวทีก่อนการแสดงไม่เกิน 10 นาที 

มูลนิธิสถาบันดนตรีคนตาบอด จะสนับสนุนที่พัก อาหาร และค่าเดินทางของสมาชิกในวงและผู้ดูแล(ตาดี) 1 คน ตามจริง 

กำหนดให้แต่ละวงต้องมีสมาชิก 2 คน แต่ไม่เกิน 5 คน 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ มูลนิธิสถาบันดนตรีคนตาบอด 

โทรศัพท์ 02-2463835 ต่อ 306 หรือ 02-2462276 หรือทางกล่องข้อความ 

Facebook Fan Page สถาบันดนตรีคนตาบอด TAB Music Academy   

https://www.facebook.com/TABMusicAcademy

ผู้เขียน: 
ฝ่ายประชาสัมพันธ์

ขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่า “ทุกบาทสร้างโอกาสให้คนตาบอด”

.
ขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่า
“ทุกบาทสร้างโอกาสให้คนตาบอด” เพื่อสมทบทุนสร้างอาคารอเนกประสงค์และหอพักสมาชิกคนตาบอดภายในศูนย์บริการคนตาบอดแห่งชาติ สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทยสาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง ทอด ณ วัดป่าสุทธาวาส ถนนสุขเกษม ตำบลดงมะไฟ อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ในวันพฤหัสที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2561 
 
วัตถุประสงค์ 
1.เพื่อจัดหารายได้สมทบทุนในการก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์และหอพักสมาชิกที่เข้ารับการอบรมในศูนย์บริการคนตาบอดแห่งชาติสาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง
2.เพื่อส่งเสริมให้คนตาบอดในท้องถิ่นได้มีอาชีพในการดูแลตัวเองและครอบครัว
3.เพื่อเป็นแหล่งฝึกอาชีพและจัดการศึกษาเป็นศูนย์การสนับสนุนการฟื้นฟูสมรรถภาพด้านการฝึกอาชีพให้แก่คนตาบอดในชุมชน
 
ร่วมสมทบทุนบริจาคได้ที่
1.ชื่อบัญชี มูลนิธิคนตาบอดไทยเพื่อการศึกษาคนตาบอดในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง ธนาคารกรุงไทย สาขากาฬสินธุ์ หมายเลขบัญชี 4043018797 (ใบเสร็จสามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้)

 

2.ชื่อบัญชี สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทยสาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง ธนาคารกรุงไทย สาขากาฬสินธุ์ หมายเลขบัญชี 4040686462 หรือติดต่อบริจาคด้วยตัวเองได้ที่สำนักงานสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทยสาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง เลขที่ 89 ถนนธนะผล ตำบลกาฬสินธุ์อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ โทรศัพท์ 043-814516 หรือ 096-6497829 หรือสำนักงานศูนย์บริการคนตาบอดแห่งชาติสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทยสาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลางเลขที่ 334 ถนนกาฬสินธุ์-ขอนแก่นหมู่ที่ 10 ตำบลยางตลาดอำเภอยางตลาดจังหวัดกาฬสินธุ์
ผู้เขียน: 
ฝ่ายประชาสัมพันธ์

นายกสมาคมฯเป็นประธานมอบวุฒิบัตรโครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้แสดงความสามารถด้านดนตรีรุ่นที่ 1

.

เมื่อวานนี้ (23 ..61) เวลา 12.00 . โรงแรมอะเดรียติค พาเลช กรุงเทพ นายต่อพงศ์ เสลานนท์ นายกสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทยได้มาเป็นประธานมอบวุฒิบัตรโครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้แสดงความสามารถด้านดนตรีรุ่นที่ 1 ระหว่างวันที่ 21 ถึง 23 กุมภาพันธ์ 2561 จัดโดยกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กองคุ้มครองสวัสดิภาพและเสริมสร้างคุณภาพชีวิต โรงแรมอะเดรียติค พาเลช กรุงเทพ

ผู้เขียน: 
ฝ่ายประชาสัมพันธ์

หน้า